Home
| about us | เวชสำอางค์ | บทความ-สาระน่ารู้ |ติดต่อสอบถาม | แผนที่

บทความน่ารู้

- ความเครียด

- นอนไม่หลับ (Sleep problem)

- โรคซึมเศร้า

          ตอนที่ 1

          ตอนที่ 2

          ตอนที่ 3

          ตอนที่ 4

- โรคจิต….คืออะไร

- การผ่อนคลายความเครียด

- ลูกขาดวินัย ทำอย่างไรดี

- โรคแพนิค

- ไมเกรน

- วิธีเลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเอง

- เมื่อลูกรักเป็นเด็กสมาธิสั้น

- อกหักเรื่องจี๊ด ๆ

-โรคย้ำคิดย้ำทำ

อกหักเรื่องจี๊ด ๆ

เมื่อมีความรัก ทุกคนย่อมอยากให้ความรักสมหวังและรักกันไปตลอดรอดฝั่ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เกินครึ่งของคู่รักที่คบหากันเป็นแฟนมักไปกันไม่ได้และต้องเลิกรากันไป และอย่างน้อยสักครั้งในชีวิตที่เราจะต้องพบเจอประสบการณ์จี๊ดๆหัวใจที่เรียกว่า "อกหัก" ซึ่งอาจเกิดจากแฟนไปมีคนอื่น แอบรักเขาข้างเดียว หรือรักคนมีเจ้าของ อะไรก็ตามแต่ ความรู้สึกจี๊ดๆนี้ก็อารมณ์ประมาณเดียวกัน

ตามหลักจิตวิทยาของการสูญเสีย สภาพจิตใจเราเมื่ออกหัก ปฏิกิริยาแรกที่รู้สึกคือ
1. ช็อก อึ้ง มึน ว่านี่มันคือเรื่องจริงหรือไม่ หรืออาจปฏิเสธว่านี่คือความฝันไม่ใช่เรื่องจริง ตามมาด้วย
2. โกรธแค้น อาจโกรธคนที่เราเคยรัก หรือโทษตัวเองว่า เราทำผิดอะไรถึงเลิกกัน บางคู่อาจมีลงไม้ลงมือให้บาดเจ็บกันได้
3. การขอร้องอ้อนวอน ระยะนี้ ถ้าใครใจอ่อนสักหน่อยจะหวนกลับไปขอคืนดี หรือพยายามทำทุกวิถีทางให้เขาไม่เลิกกับเรา แต่ในบางคนก็ไม่มีระยะนี้นะคะ
4. ระยะเศร้าซึม เมื่อรู้ว่าคนรักไม่มีวันกลับมา เราจะเริ่มมีอารมณ์ซึมเศร้า เหงาหงอย นอนไม่หลับ ทานไม่ลง เบื่อหน่อยชีวิต ระยะนี้สำคัญมากเพราะต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างอย่างมาก เมื่อผ่านมาได้จะเข้าสู่ระยะสุดท้ายคือ
5. ยอมรับได้ เราจะเติบโตพร้อมสู่การเริ่มต้นมีรักใหม่หรือการอยู่ได้ด้วยตนเอง แต่เวลาการทำใจของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นเมื่อเกิดอาการอกหัก ขอให้มองเป็นแค่อาการ มิใช่โรค มีความรุนแรงน้อยกว่ามากและสามารถหายได้ เพียงแค่มีกำลังใจที่เข้มแข็งจะผ่านไปได้ทุกคน

คำแนะนำเบื้องต้น เมื่อเกิดอาการอกหัก มีดังนี้

• ตั้งสติก่อนค่ะ บางคนฟูมฟายร้องไห้เสียใจ หรือทำลายข้าวของ ทำร้ายตนเองหรือคนรัก แล้วมาเสียใจทีหลัง บางครั้งเรื่องราวอาจไม่ได้รุนแรงมากเกินไป อาจคุยปรับความเข้าใจกันได้ เช่น ได้ยินข่าวลือว่าแฟนของคุณไปมีกิ๊ก ซึ่งความจริงอาจเป็นเพื่อนเก่าก็ได้ ถ้าเรามีสติและค่อยๆพูดคุยสอบถามคุณอาจรักษาความรักของคุณต่อไปได้ค่ะ

• เมื่อคุณแน่ใจแล้วว่าเขาไม่กลับมา ช่วงนี้ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ไร้ค่า จะระดมมาในสมอง แล้วอาการทางร่างกายจะรุมเร้าคุณ อาทิเช่น ปวดหัว นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด อยากตาย อาการดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าคุณกำลังเครียด และต้องการระบายออก คุณควรมีกิจกรรมที่ได้ระบายสิ่งปฏิกูลในใจออกไป เช่น ตะโกนดังๆ(ในที่ๆไม่รบกวนใคร) ใช้พลังงานออกอย่างสร้างสรรค์เช่น ออกกำลังกายให้เหนื่อย ทำงานบ้านให้สะอาด สะสางงานที่ค้างอยู่ให้หมดเกลี้ยง หรือทำงานอาสาให้ประโยชน์ต่อคนอื่น แล้วจะได้ฟีลว่าตนเองมีคุณค่ากลับคืนมา

• นอกจากหากิจกรรมระบายความเครียดแล้ว การได้พูดคุยกับคนที่คุณไว้ใจได้จะช่วยให้ได้ไอเดียใหม่ๆในการดำรงชีวิตหรือแก้ปัญหาความรักของคุณได้ด้วย ไม่เพียงแค่จิตแพทย์เท่านั้นที่ให้คำปรึกษาได้ พ่อแม่ เพื่อนรัก หรือญาติพี่น้องก็รักคุณไม่แพ้กันนะคะ (แต่ควรนึกถึงความเหมาะสมด้วยว่าไม่เป็นการรบกวนเพื่อนหรือญาติมากไป และรับฟังคำแนะนำของพวกเขาอย่างมีเหตุผลและปฏิบัติตามด้วยนะคะ)

• หาข้อคิดดีๆมาเป็นกำลังใจให้ตนเอง เช่น "การเลิกกันเกิดจากการเข้ากันไม่ได้ไม่ใช่ใครเป็นคนผิด" "คุณจะมีเวลามากขึ้นได้ทำงานและดูแลตนเอง" "การได้รักคนที่เรารักและรักเราด้วยนั้นจะทำให้มีความสุขสูงสุด" เป็นต้น ซึ่งหาได้จากในหนังสือแนวจิตวิทยา หนังสือธรรมะ หรือเกร็ดความรู้ในอินเตอร์เน็ตทั่วไป (มีเพียบเลยค่ะ) ส่วนใหญ่เหตุผลของคนที่เลิกรากันคือ "ไม่มี" ค่ะ ก็ไม่จำเป็นต้องไปหาเหตุผลให้เหนื่อย กลับมาปฏิวัติตนเองให้สวยสดใสร่าเริงปิ๊งปิ๊งดีกว่า

• อย่าเร่งเวลาให้เดินเร็วขึ้นนักสิคะ เวลาคนมีความทุกข์เราจะรับรู้ว่าในวันหนึ่งผ่านไปอย่างเนิ่นนาน และการปรับตัวก็ต้องใช้เวลาสักระยะเช่นกัน การอกหักก็เหมือนแผลค่ะ ค่อยๆหายไม่สามารถหายได้ทันทีนะคะ ใจเย็น อาการดีขึ้นทุกรายแน่นอนค่ะ คอนเฟิร์ม
สุดท้ายสำหรับคนที่มีรักและอยากประคับประคองความรักไม่ให้ถึงจุดที่ต้องอกหัก มีข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆมากฝากกันค่ะ เป็นกลไกทางจิตใจพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องการ

• ทุกคนต้องการการยอมรับ เราควรให้เกียรติกับคนที่เรารักค่ะ และหมั่นดูแลเอาใจใส่กันสม่ำเสมอเหมือนช่วงแรกๆที่คบกัน ชมเชยกันบ่อยๆหลีกเลี่ยงการพูดจุดอ่อนของกันและกัน

• ทุกคนต้องการได้ยินคำพูดที่อ่อนโยนและให้กำลังใจ การทะเลาะกันทำได้แต่ควรใช้เหตุผลมากๆ และเลือกเจรจาในเวลาที่เหมาะสม การด่าทอด้วยคำหยาบด้วยอารมณ์ให้สะใจไม่เป็นผลดีต่อความรักค่ะ

• ทุกคนไม่ต้องการเป็นคนผิดหรือคนไม่ดี การทะเลาะกันเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายผิดไม่จำเป็นต้องยัดเยียดความผิดให้ค่ะ หรือแม้แต่คนที่ผิดก็ควรจะแสดงออกให้อีกฝ่ายที่รู้ว่าตนเสียใจและพร้อมแก้ไขความผิดพลาด โดยที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครผิดถูกเลยก็ได้

• ทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวเอง แม้แต่คุณเองก็หลีกหนีความจริงข้อนี้ไม่พ้น คนรักคุณก็เช่นกันค่ะ ถ้ายอมรับข้อดีได้มากกว่าก็รักต่อ ถ้าข้อเสียมากกว่าก็ควรพิจารณาค่ะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขที่ได้รักและถูกรักนะคะ

พญ.ธรรมิกา เทพพาที
จิตแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา


ติดวัดเมืองใหม่ ริม ถ.พระยาสัจจา อ.เมือง จ.ชลบุรี

Tel 081 - 9960610